Dome's profile~*»-(¯`v´¯)-»คุณจะไม่มีว...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 29 การจากไปของนาย "พะโล้"การจากไปของนาย "พะโล้" นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีเรื่องเศร้าส่งท้ายปี เมื่อพะโล้ น้องหมาของส้มตายลงอย่างกระทันหันหลังจาก ไม่กินอาหาร และเซื่องซึม จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ฯ เพื่อให้น้ำเกลือ แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปซะแล้ว เมื่อพะโล้สิ้นใจในวันต่อมา โดยสาเหตุมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และด้วยที่เจ้าตัวเป็นโรคไตมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้แพทย์ไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตมันไว้ได้ พะโล้เป็นน้องหมาที่ส้มไปเผลอสบตากับมันที่สวนจตุจักร อาจถือได้ว่าเป็นรักแรกพบ แล้วมันก็หนีตามส้มมาอยู่ที่หาดใหญ่ ก็เป็นข้าพเจ้านี่แหละที่ต้องรับเลี้ยง ก็หอพักที่ไหนเค้าจะให้เลี้ยงโกลเด้นท์ไว้ในห้องล่ะ คนขายบอกว่ามันอายุประมาณ 2 เดือน เมื่อมันเป็นฯของเราเลยตัดสินใจหาวันเกิดให้กับมัน โดยเลือกเอาใันที่ 14 ตุลา สงครามประชาชนซะเลย อยู่มาแป๊บนึงที่มอก็จัดงานลอยกระทง ส้มต้องเป็นแม่งานทำกระทง ก็มาทำที่บ้าน(เช่า)ข้าพเจ้าอีกแหละ พะโล้เลยได้เป็ฯที่รู้จักของผู้คนในคณะส่วนหนึ่ง และก็เป็นขวัญใจของหนุ่ม(สิชล) เพราะเป็นคนที่ชอบน้องหมาเหมือนกัน เจอกับเจ้าหนุ่มเมื่อไหร่พะโล้ก็เหมือนเจอเพื่อนเล่นอีกตัว เอ้ย อีกคน วิบากกรรมในชีวิตของพะโล้เริ่มต้นเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม ด้วยเป็นน้องหมาที่มาจากจตุจักร ไอเราก็นึกว่าจะไม่รอดในสองสัปดาห์ตั้งแต่มาถึง แต่เมื่อผ่านมาได้ก็อุ่นใจว่ามันคงมีชีวิดรอดแล้วล่ะ แต่พอพะโล้อายุประมาณ 6 เดือน มันก็เริ่มขนร่วง...ตอนแรกก็นึกว่ามันผลัดขนละมั๊ง แต่พอเป็นมากเข้าก็เลยพาไปปรึกษาหมอ หมอส่วนใหญ่บอกว่าเป็นโรคผิวหนัง แต่ให้ยามาเท่าไหร่มันก็ไม่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น จนหมอต้องเจอะเลือดไปวิเคราะห์ และก็พบว่ามันเป็นโรคที่ติดมาทางพันธุกรรม และก็มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคไตด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องผ่าตัดอะไรซักอย่าง ฟังแล้วก็ใจหาย แต่หมอก็ลองจัดยามาให้ชุดนึง ลองให้มันกินดู ก็รู้สึกว่ามันดีขึ้น ขนเริ่มกลับมาดกเป็นโกลเด้นท์อีกครั้ง ปรึกษาหมอแล้วหมอก็บอกว่าคงต้องพึ่งยานี้ไปตลอดหากยังไม่พามันไปผ่าตัดที่กทม. พะโล้เป็นน้องหมาที่รักอิสระ จะรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีความสุขเลยหากมันจะต้องอยู่ในบ้านแคบๆ มันจะเอาแต่นอนๆๆๆ ใครเรียกหาเจ้าตัวก็จะแค่เหลือบมองแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ พะโล้เคยหนีออกจากบ้านได้หลายครั้ง แต่ครั้งที่ดูจะเป็นที่จดจำมากที่สุดก็คือ เมื่อพะโล้หลุดไปได้ มันก็วิ่งไม่คิดชีวิต จากบ้านที่อยู่ตรงซอยศรีตรัง ไปจนถึงสินธรแมนชั่น อาจเป็นวีรกรรมที่เล่าสู่กันฟังกี่ครั้งก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะเล่นเอาเหงื่อตกไปหลายคน ขอบคุณเพื่อนจริงๆ ที่ช่วยกันตามหาพะโล้ในครั้งนั้น ที่มันต้องหนีออกจากบ้านคงเป็นเพราะมันรู้สึกเบื่อมั๊ง เพราะตอนมันตัวเล็กก็เคยพามันไปวิ่งเล่นที่สนามล่างอยู่บ้าง แต่พอโตเข้าตัวมันก็หนักมากมาย พอปี 3 เป็นสโมฯ พะโล้ยิ่งถูกลืม ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมาเท่าที่ควร ขอโทษนะพะโล้ พอจบปี 4 ส้มและข้าพเจ้า ก็ตัดสินใจกันว่าจะเอาพะโล้มาอยู่ที่บ้านข้าพเจ้า โดยมีแม่ข้าพเจ้ารับดูแลด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง แล้วพะโล้ก็ใช้เวลาไม่นานในการเป็นขวัญใจของคนในซอย พะโล้มีสาวๆแวะเวียนมาทักทายเป็นประจำ แต่สิ่งที่พะโล้ต้องเสียเชิงชายเป็นอย่างมาก ก็คือ การที่พะโล้จีบน้องโตไม่ติดนี่ดิทังที่น้องโตกะพะโล้อยู่ในรั้วเดียวกันแท้ๆ แต่พะโล้ปล่อยให้เจ้าถิ่นคว้าน้องโตไปครองโดยที่พะโล้ไม่มีทางสู้หนุ่มๆเจ้าถิ่นได้เลย แม้ว่าพะโล้จะมีหน้าตาเป็นต่อ แต่เมื่อคารมและสเป็กไม่ถูกใจน้องโต(น้องโตไม่ชอบของนอก) พะโล้ก็เลยต้องกินแห้วไปตามระเบียบ นับว่าชีวิตของพะโล้ดูจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้มาอยู่ที่บ้านที่พอมีบริเวณให้วิ่งเล่น มีสาวๆนักเรียนมาให้พะโล้ได้ชื่นใจ แต่ละวันผ่านไปโดยที่ไม่นึกไม่ฝันว่าพะโล้ต้องมาชีวิตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอายุโดยเฉลี่ยของน้องหมาพันธุ์นี้ แต่หากเทียบกับน้องหมาที่มาจากจตุจักรแล้ว นับว่าพะโล้เป็นน้งองหมาที่โชคดดีที่เดียวที่มีชีวิตอยู่รับความสุขได้นานขนาดนี้ แม้วันนี้พะโล้จะจากไปแล้ว แต่พะโล้จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป หลับให้สบายนะ "พะโล้" TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://thekoplaw2.spaces.live.com/blog/cns!AAF32AF3FBDAAD8B!1571.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|