Dome's profile~*»-(¯`v´¯)-»คุณจะไม่มีว...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 29

    การจากไปของนาย "พะโล้"

        หัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลายหัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลายหัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลายหัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลายหัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลายหัวใจสลายหน้าสุนัขหน้าสุนัขหัวใจสลาย
      

    การ​จาก​ไปของนาย​ "พะ​โล้​"

    นี่อาจ​​​จะ​​​เป็น​​​ครั้งแรกที่มี​​​เรื่องเศร้าส่งท้ายปี​​ ​​เมื่อพะ​​​โล้​​

    น้องหมาของส้มตายลงอย่างกระทันหันหลัง​​​จาก​​

    ไม่​​​กินอาหาร​​ ​​และ​​​เซื่องซึม​​ ​​จน​​​ต้อง​​​เข้า​​​รับการรักษาที่​​​โรงพยาบาลสัตว์ฯ​​

    เพื่อ​​​ให้​​​น้ำ​​​เกลือ​​ ​​แต่ดู​​​เหมือนว่า​​​จะ​​​สายเกินไปซะ​​​แล้ว​​

    เมื่อพะ​​​โล้สิ้นใจ​​​ใน​​​วันต่อมา​​ ​​โดย​​​สา​​​เหตุมา​​​จาก​​​การติดเชื้อ​​​ใน​​​กระ​​​แสเลือด​​

    และ​​​ด้วย​​​ที่​​​เจ้าตัว​​​เป็น​​​โรคไตมาตั้งแต่​​​เด็กๆ​​ ​​ทำ​​​ให้​​​แพทย์​​​ไม่​​​สามารถ​​​ช่วย​​​ยื้อชีวิตมัน​​​ไว้​​​ได้

       
        ​​พะ​​​โล้​​​เป็น​​​น้องหมาที่ส้มไปเผลอสบตา​​​กับ​​​มันที่สวนจตุจักร​​

    อาจถือ​​​ได้​​​ว่า​​​เป็น​​​รักแรกพบ​​ ​​แล้ว​​​มันก็หนีตามส้มมา​​​อยู่​​​ที่หาด​​​ใหญ่​​

    ก็​​​เป็น​​​ข้าพเจ้านี่​​​แหละที่​​​ต้อง​​​รับเลี้ยง​​ ​​ก็หอพักที่​​​ไหนเค้า​​​จะ​​​ให้​​​เลี้ยงโกลเด้นท์​​​ไว้​​​ใน​​​ห้องล่ะ​​

    คนขายบอกว่ามันอายุประมาณ​​ 2 ​​เดือน​​ ​​เมื่อมันเป็​​นฯของเรา​​​เลยตัดสินใจหาวันเกิด​​​ให้​​​กับ​​​มัน​​

    โดย​​​เลือกเอา​​​ใันที่​​ 14 ​​ตุลา​​ ​​สงครามประชาชนซะ​​​เลย​​ ​​อยู่​​​มา​​​แป๊บนึงที่มอก็จัดงานลอยกระทง

     ​​ส้ม​​​ต้อง​​​เป็น​​​แม่งานทำ​​​กระทง​​ ​​ก็มาทำ​​​ที่บ้าน​​(เช่า)​​ข้าพเจ้าอีกแหละ​​

    พะ​​​โล้​​​เลย​​​ได้​​​เป็ฯที่รู้จักของ​​​ผู้​​​คน​​​ใน​​​คณะ​​​ส่วน​​​หนึ่ง​​ ​​และ​​​ก็​​​เป็น​​​ขวัญใจของหนุ่ม​​(สิชล)

    เพราะ​​​เป็น​​​คนที่ชอบน้องหมา​​​เหมือน​​​กัน​​ ​​เจอ​​​กับ​​​เจ้าหนุ่มเมื่อไหร่พะ​​​โล้ก็​​​เหมือนเจอเพื่อนเล่นอีกตัว​​ ​​เอ้ย​​ ​​อีกคน


        ​​วิบากกรรม​​​ใน​​​ชีวิตของพะ​​​โล้​​​เริ่มต้นเมื่อ​​​เข้า​​​สู่วัยหนุ่ม​​ ​​ด้วย​​​เป็น​​​น้องหมาที่มา​​​จาก​​​จตุจักร​​

    ไอเราก็นึกว่า​​​จะ​​​ไม่​​​รอด​​​ใน​​​สองสัปดาห์ตั้งแต่มา​​​ถึง​​ ​​แต่​​​เมื่อผ่านมา​​​ได้​​​ก็อุ่นใจว่ามันคงมีชีวิดรอด​​​แล้ว​​​ล่ะ​​

    แต่พอพะ​​​โล้อายุประมาณ​​ 6 ​​เดือน​​ ​​มันก็​​​เริ่มขนร่วง​​...​​ตอนแรกก็นึกว่ามันผลัดขนละมั๊ง​​

    แต่พอ​​​เป็น​​​มาก​​​เข้า​​​ก็​​​เลยพา​​​ไปปรึกษาหมอ​​ ​​หมอ​​​ส่วน​​​ใหญ่​​​บอกว่า​​​เป็น​​​โรคผิวหนัง​​ ​​แต่​​​ให้​​​ยามา​​​เท่า​​​ไหร่มันก็​​​ไม่​​​ดีขึ้น​​ ​​แต่ก็​​​ยัง​​​ไม่​​​ดีขึ้น​​

    จนหมอ​​​ต้อง​​​เจอะ​​​เลือดไปวิ​​​เคราะห์​​  ​​และ​​​ก็พบว่ามัน​​​เป็น​​​โรคที่ติดมาทางพันธุกรรม​​ ​​และ​​​ก็มี​​​แนวโน้มที่​​​จะ​​​เป็น​​​โรคไต​​​ด้วย​​

    วิธีที่ดีที่สุดคือ​​ ​​ต้อง​​​ผ่าตัดอะ​​​ไรซักอย่าง​​ ​​ฟัง​​​แล้ว​​​ก็​​​ใจหาย​​ ​​แต่หมอก็ลองจัดยามา​​​ให้​​​ชุดนึง​​ ​​ลอง​​​ให้​​​มันกินดู​​

    ก็รู้สึกว่ามันดีขึ้น​​ ​​ขนเริ่มกลับมาดก​​​เป็น​​​โกลเด้นท์อีกครั้ง​​ ​​ปรึกษาหมอ​​​แล้ว​​​หมอก็บอกว่าคง​​​ต้อง​​​พึ่งยานี้​​​ไปตลอดหาก​​​ยัง​​​ไม่​​​พามันไปผ่าตัดที่กทม​​.



        ​​พะ​​​โล้​​​เป็น​​​น้องหมาที่รักอิสระ​​ ​​จะ​​​รู้สึกว่า​​​โลกนี้​​​ไม่​​​มี​​​ความ​​​สุขเลยหากมัน​​​จะ​​​ต้อง​​​อยู่​​​ใน​​​บ้านแคบๆ​​

    มัน​​​จะ​​​เอา​​​แต่นอนๆ​​​ๆ​​​ๆ​​ ​​ใครเรียกหา​​​เจ้าตัวก็​​​จะ​​​แค่​​​เหลือบมอง​​​แล้ว​​​ก็ทำ​​​เป็น​​​ไม่​​​สนใจ​​

    พะ​​​โล้​​​เคยหนีออก​​​จาก​​​บ้าน​​​ได้​​​หลายครั้ง​​ ​​แต่ครั้งที่ดู​​​จะ​​​เป็น​​​ที่จดจำ​​​มากที่สุดก็คือ​​

    เมื่อพะ​​​โล้หลุดไป​​​ได้​​ ​​มันก็วิ่ง​​​ไม่​​​คิดชีวิต​​ ​​จาก​​​บ้านที่​​​อยู่​​​ตรงซอยศรีตรัง​​ ​​ไปจน​​​ถึง​​​สินธรแมนชั่น​​

    อาจ​​​เป็น​​​วีรกรรมที่​​​เล่าสู่​​​กัน​​​ฟังกี่ครั้งก็อดยิ้ม​​​ไม่​​​ได้​​ ​​เพราะ​​​เล่นเอา​​​เหงื่อตกไปหลายคน​​ ​​ขอบคุณเพื่อนจริงๆ​​ ​​ที่​​​ช่วย​​​กัน​​​ตามหาพะ​​​โล้​​​ใน​​​ครั้ง​​​นั้น

    ที่มัน​​​ต้อง​​​หนีออก​​​จาก​​​บ้านคง​​​เป็น​​​เพราะ​​​มันรู้สึกเบื่อมั๊ง​​ ​​เพราะ​​​ตอนมันตัว​​​เล็ก​​​ก็​​​เคยพามันไปวิ่งเล่นที่สนามล่าง​​​อยู่​​​บ้าง​​

    แต่พอโต​​​เข้า​​​ตัวมันก็หนักมากมาย​​ ​​พอปี​​ 3 ​​เป็น​​​สโมฯ​​ ​​พะ​​​โล้ยิ่งถูกลืม​​ ​​ก็​​​ยัง​​​รู้สึกว่าตัวเอง​​​ไม่​​​ได้​​​ให้​​​ความ​​​สำ​​​คัญ​​​กับ​​​มันมา​​​เท่า​​​ที่ควร​​
    ขอโทษนะพะ​​​โล้


        ​​พอจบปี​​ 4 ​​ส้ม​​​และ​​​ข้าพเจ้า​​ ​​ก็ตัดสินใจ​​​กัน​​​ว่า​​​จะ​​​เอาพะ​​​โล้มา​​​อยู่​​​ที่บ้านข้าพเจ้า​​

    โดย​​​มี​​​แม่ข้าพเจ้ารับดู​​​แล​​​ด้วย​​​ความ​​​เต็มใจอย่างยิ่ง​​ ​​แล้ว​​​พะ​​​โล้ก็​​​ใช้​​​เวลา​​​ไม่​​​นาน​​​ใน​​​การ​​​เป็น​​​ขวัญใจของคน​​​ใน​​​ซอย​​

    พะ​​​โล้มีสาวๆ​​​แวะ​​​เวียนมาทักทาย​​​เป็น​​​ประจำ​​ ​​แต่สิ่งที่พะ​​​โล้​​​ต้อง​​​เสียเชิงชาย​​​เป็น​​​อย่างมาก​​ ​​ก็คือ​​

    การที่พะ​​​โล้จีบน้องโต​​​ไม่​​​ติดนี่ดิทังที่น้องโตกะพะ​​​โล้​​​อยู่​​​ใน​​​รั้วเดียว​​​กัน​​​แท้ๆ​​ 

    แต่พะ​​​โล้ปล่อย​​​ให้​​​เจ้าถิ่นคว้าน้องโตไปครอง​​​โดย​​​ที่พะ​​​โล้​​​ไม่​​​มีทางสู้หนุ่มๆ​​​เจ้าถิ่น​​​ได้​​​เลย​​

    แม้ว่าพะ​​​โล้​​​จะ​​​มีหน้าตา​​​เป็น​​​ต่อ​​ ​​แต่​​​เมื่อคารม​​​และ​​​สเป็ก​​​ไม่​​​ถูกใจน้องโต​​(น้องโต​​​ไม่​​​ชอบของนอก)

    พะ​​​โล้ก็​​​เลย​​​ต้อง​​​กินแห้วไปตามระ​​​เบียบ

       
        ​​นับว่าชีวิตของพะ​​​โล้ดู​​​จะ​​​มี​​​ความ​​​สุขมากขึ้นเมื่อ​​​ได้​​​มา​​​อยู่​​​ที่บ้านที่พอมีบริ​​​เวณ​​​ให้​​​วิ่งเล่น​​

    มีสาวๆ​​​นักเรียนมา​​​ให้​​​พะ​​​โล้​​​ได้​​​ชื่นใจ​​  ​​แต่ละวันผ่านไป​​​โดย​​​ที่​​​ไม่​​​นึก​​​ไม่​​​ฝันว่าพะ​​​โล้​​​ต้อง​​​มาชีวิตอย่างรวด​​​เร็ว​​​เมื่อเทียบ​​​กับ​​​อายุ​​​โดย​​​เฉลี่ยของน้องหมาพันธุ์นี้​​ 

    แต่หากเทียบ​​​กับ​​​น้องหมาที่มา​​​จาก​​​จตุจักร​​​แล้ว​​ ​​นับว่าพะ​​​โล้​​​เป็น​​​น้งองหมาที่​​​โชคดดีที่​​​เดียวที่มีชีวิต​​​อยู่​​​รับ​​​ความ​​​สุข​​​ได้​​​นานขนาดนี้

    แม้วันนี้พะ​​​โล้​​​จะ​​​จาก​​​ไป​​​แล้ว​​ ​​แต่พะ​​​โล้​​​จะ​​​อยู่​​​ใน​​​ความ​​​ทรงจำ​​​ตลอดไป


        ​​หลับ​​​ให้​​​สบายนะ​​ "พะ​​​โล้​​"

    October 14

    ดูเล่นๆ

     
    นี่แค่บางส่วนนะ ไว้ได้ไฟล์ครบเมื่อไหร่จะมาลงให้หมดเลย!!!


    กลับมาจากกทม.มาอยู่บ้านได้ซักพัก  ฝนก็ตกทำให้ไม่ได้ออกไปไหนเลย  ได้แต่กลับมามองตัวเอง

    ไม่คิดว่าการสอบจะทำให้แฮงค์ได้ขนาดนี้ แต่ก็ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น

    การมองตัวเองในอีกมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความขี้เกียจของตัวเองที่เข้าขั้นถึงขนาด

    เมื่อสอบเสร็จก็ได้แต่บอกตัวเองว่าไม่ใช่เวลามาคร่ำครวญ เพราะ...นั่นแหละทำตัวเอง

    จากนี้ไปหวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะทำให้ความด้านชาในตัวเองมันโดนกระเทาะออกไปบ้าง

    หวังให้มันเป็นเช่นนั้น...

    กลับมาเรื่องดีดีดีกว่า  ไม่คาดคิดอีกเช่นกันว่าการรับปริญญาจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้ได้มากขนาดนี้

    ขอบคุณน้องตั้มสำหรับการเอื้อเฟื้อที่พักระดับ 5 ดาวพร้อมกับไล่เมตไปนอนนอกห้อง แถมมีโปรโมชั่นให้มอเตอร์ไซด์ขับ

    โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย...ขอบคุณครับ

    ขอบคุณน้องเปิ้ล กร เดย์ ก้อง หนูกุล เปี้ยว มิ๊ก ป๊อบ บี  สายรหัสและสายเทค สำหรับของขวัญและการแสดงความยินดี

    พี่รู้ว่าแค่น้ำชานิดหน่อยอาจไม่ทำให้น้องอิ่มท้องได้

    แต่ขอให้น้องๆรู้ว่าน้องทำให้พี่อิ่มใจที่ได้พูดคุยกับน้องๆมากกว่าในงานเลี้ยงที่ีพี่จ่ายไปเป็นพันซะอีก...ขอบคุณครับ

    สำหรับหกสาวซ่ารุ่น 3 น้องๆไม่เคยทำให้รู้สึกห่างเหินเลยซักครั้ง น้องแพร มุก ตี๊ด นก ตู่ แฟง ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่เราได้สร้างร่วมกันมา

    ของขวัญที่พี่ได้รับ้เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่วันนึงอาจลบเลือน แต่มิตรภาพระหว่างเราทุกคน ยังคงอยู่ตลอดไป...ขอบคุณครับ

    น้องๆสโมฯ50 ที่ทำให้งานนี่รู้สึกได้ถึงการเตรียมงานเป็นอย่างดี

    สุดท้าย ขอบคุณน้องๆทุกคนที่ยังไม่ได้เอ่ยถึง  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อถึงวันนั้นของน้องๆ  ขอให้ได้ความประทับใจกลับไปเช่นเดียวกัน...ขอบคุณครับ

    สุดท้ายจริงๆ  ขอบคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดและอบรมส่งเสียเลี้ยงดูมาจนถึงทุกวันนี้...ขอบคุณครับ

    You'll never walk alone. 






     
    September 04

    เพื่อน

     

    ความหมายของคำว่าเพื่อน

     

    คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ

    คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก

    คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ

    คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด

    คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา

    คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน

    คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น

    คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า

    คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด

    คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง

    คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด

    คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม

    คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ

    แล้ว "เพื่อน" ในความหมายของคุณล่ะ....เป็นแบบนี้มั๊ย

    อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนที่คุณเรียกว่า "เพื่อน" นะ
    โดยเฉพาะถ้าเค้าคือเพื่อนจริงๆ

    ... เธอทุกข์ - ฉันทุกข์ เธอสุข – ฉัน

     

    ขอบคุณ น้องนก สำหรับเมลล์ดีๆ

     

    จำบรรยากาศกันได้รึเปล่า ครั้งได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 

    ดูกันเอาไว้ ปีนี้เราจะเอาแชมป์พรีเมียร์ลีก

       
        
    Video: YNWA  

     

    อันนี้เอาเพื่อนมาขายล้วนๆ

     


    Video: 555

    April 23

    วันนี้ดี...

     
    นับถอยหลังหรือเริ่มนับหนึ่ง...
     
         ช่วงเวลาแห่งความเป็นอิสระ ในระดับปริญญาตรี หลายคนคงเคยมีประสบการณ์มากมายในช่วงเวลาของชีวิตช่วงนี้  แต่ช่วงเวลาต่อจากนี้ล่ะ หลังจากจบปริญญาตรีนี้แล้วซินะที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นที่คนเค้าเรียกว่า "ผู้ใหญ่" แล้วคำๆนี้มันหมายถึงอะไร... 
     
          สำหรับนักศึกษานิติศาสตร์ เมื่อเรียนมาถึงจุดๆหนึ่งมักจะค้นพบว่า การเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปีนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของศาสตร์ทางกฎหมายนี้ การจะก้าวไปให้ถึงอีกระดับหนึ่งหรือก้าวไปเป็นคนส่วนน้อย ที่ได้รับการยอมรับในความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่นิติศาสตร์บัณฑิตที่มีคนจบในแต่ละปีเป็นพันๆหมื่นๆคน การจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ทางหนึ่งก็คือการเข้าศึกษากับสำนักอบรมศึกษากฏหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ที่เรียกสั้นๆว่าเรียนเนฯง่ะ
     
          ไอเราก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากเป็นนิติศาสตร์ที่แตกต่างเลยกะว่ายังไม่หางานทำแต่จะตั้งใจเรียนเนฯอย่างเดียว โดยที่คิดว่าการตั้งใจครั้งนี้มันน่าจะได้รับผลตอบแทนอะไรกลับมาบ้างงงง
     
          ทำให้ตัวเราในวันนี้จึงยังไม่รู้สึกกัยคำว่า "ผู้ใหญ่" เพราะยังต้องเกาะพ่อแม่กินอยู่เหมือนเดิม อิอิ แต่ก็ดีที่พ่อแม่ท่านเข้าใจแล้วก็ไม่ได้เร่งรัดให้ต้องรีบทำงาน แต่ก็ยังรู้สึกว่าอายุปูนนี้แล้ว(รู้สึกว่าแก่)ยังไม่ได้เริ่มทำงานเลย แล้วมันจะได้เริ่มเมื่อไหร่ แล้วถ้าไม่ผ่านเนฯจะทำไง คงเคว้งแหงๆ อันนี้ก็ค่อยว่ากันอีกที เหอๆๆ
     
         วันนี้จึงเหมือนเป็นวันนับถอยหลังหรือเป็นวันเริ่มนับหนึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครคิดยังไง...
     
    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
    March 12

    สอบเสร็จเตรียมจบ.......แล้วทำงายต่อดี

    นึกว่าพอเรียนจบแล้วอารายๆมันจะลงตัวขึ้น แต่มันกลับไม่เป็นดังที่คิดไว้
    นอกจากจะรู้สึกว่าตัวเองอายุเท่านี้แล้วยังทำไรไม่ได้เลย ความรู้ที่เรียนมาก็รู้สึกว่าจะไม่พอซะแล้ว
    ทำงายล่ะทีนี็ จะเรียนต่อ หรือหางานทำดีี เฮ้อ.....สับสนนิดหน่อยช่วงนี้


    ดีหน่อยที่สอบเสร็จได้ไปเที่ยวเกาะอาดังกับเพื่อนๆมา ก็ทำให้โล่งๆขึ้นมาหน่อยหลังสอบเสร็จ แต่มาพร้อมกับตัวดำๆ(จริงๆก็ดำอยู่แล้วแหละ...) แต่การไปครั้งนี้ก็ได้ความประทับใจกลับมาเพียบ
    ทั้งจากเพื่อนๆ รวมถึงบริษัททัวร์ที่ให้ความอบอุ่นไม่เหมือนที่เคยเจอและได้รับฟังมา

    สำหรับนิติฯ ม.อ. คนไหนที่แวะมา ได้โปรดแสดงตัวไว้ด้วยนะจ๊ะ (ขอร้อง) จะให้ดีแถมให้ด้วยนะว่า
    จะทำอะไรกับชีวิตต่อไป...

    นานมาแล้วที่ไม่ได้เจอชาว 610 บ.ม. หวังว่าคงมีโอกาสได้เจอกันบ้าง ก่อนที่จะลืมกันซะก่อน

    หนักใจ....เค้าว่ากันว่าเรียนเนฯต้องขยันกว่าป.ตรี 10 เท่า ไอ้เรามันก็ไม่ขยันอยู่แล้ว...
    แต่ไงก็ต้องลองดูซักตั้ง ไหนๆก็มุ่งมาสายนี้แล้ววววววววว

    June 18

    .

    <table style="display:

             ประชุมเชียร์เสร็จแล้ว

     

           ก็ขอต้อนรับน้องๆ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ รุ่นที่ 5  ประชุมเชียร์เสร็จก็หวังว่าน้องๆคงได้อะไรดีดีกลับไปจากการประชุมเชียร์บ้าง  รวมถึงอาจได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีบ้าง แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ  ไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง

                เป็นผู้คุมกฎ(ว๊ากเกอร์)มา 3 ปี พอเปิดตัวก็เต็มไปด้วยความประทับใจทุกครั้ง

                เฮ้อ...หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง          

           

     

                        อีกกี่วันจะถึงวันที่ 22 เนี่ย....

                        แค่ 4 วันเท่านั้นเนอะ จะได้เจอกันแล้ว   เย้..................

                      

                        สำหรับใครที่แวะเข้ามาแล้วไม่แสดงตัวไว้ขอให้.......ขี้ไม่ออก   5555+

     

     

                                     แค่นี้ละ..  บายจ้า

     

               

    May 24

    BG

    ว่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

     

              เพิ่งกลับมามหาลัยได้ 2-3  วัน รอสัมนาให้คณะกรรมการสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ชุดใหม่  ถือว่าเป็นภารกิจสุดท้ายแล้วจริงๆก่อนที่จะอำลาตำแหน่งนี้ไป  ตอนเข้ามาเรียนใหม่ๆก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักกิจกรรมขนาดนี้ ก็กะว่าจะเข้าชมรมฟุตบอลแล้วก็เตะบอลไปเรื่อยๆ  แต่เมื่อมาถึงด้วยคาวมที่เป็นคณะใหม่ก็มีอะไรก็ต้องช่วยทำกันทั้งหมด ก็ดันเข้ามาป็นรุ่นที่2เอง  แต่ก็ดีดีกว่าเรียนอย่างเดียว

              ก็ร่วมมาเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อเจตนารมณ์ของพี่ๆเค้าได้ก็เลย...โดนหนูแพงดันให้เป็นนายกฯซะงั้น(ตำแหน่งดูเหมือนใหญ่โตเลยเนอะ)  ก็รวบรวมทีมงานกว่า 21 ชีวิต อยากเห็นหน้าก็ดูในรูปเอาแล้วกัน  ก็ทำงานร่วมกันหนึ่งปี ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ ทั้งดีและไม่ดี แต่ก็ได้รู้ใจของเพื่อนว่าคนไหนคบได้กี่เปอเซ็นต์ 

              ต่อจากนี้จะได้พักซะที่ แต่ก็ไม่ทิ้งน้องเค้าหรอกแต่จะคอยดูอยู่ห่างๆ หวังให้น้องเค้าพัฒนาต่อจากเราให้มากที่สุด 

              คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จงเจริญยิ่งๆขึ้นไป

     

                                                                                                                                  ปล.เหลืออีก 29 วันแล้วนะ 

    May 22

    BG

    อีกหนึ่งเดือน

               

                สองเดือนผ่านไปกับเวลาที่คนที่คุณอาจไม่รู้ว่าใครไปหาประสบการณ์พิเศษในต่างแดน(U.S.A.) วันนี้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2549 นับจากวันนี้ไปก็จะเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนพอดีที่เค้าจะเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย ก็จะไปรับเค้าอีกนั่นแหละแต่ได้แค่รอรับอยู่ที่หาดใหญ่  ก็ยอมรับว่าไม่เคยคิดถึงใครที่ไม่ใช่คนในครอบครัวได้มากขนาดนี้  ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นเมื่อเค้าโทรกลับมาปรับทุกข์ถึงความอัปยศของพวก...ที่นั่น  แต่ก็อย่างว่าแหละเค้าเก่งอยู่แล้วพอปรับตัวได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

                แล้วจะตั้งตาคอยนะจ๊ะ..

     

                เฮ้อ...ไม่มีไรทำเลยช่วงนี้เบื่อๆอยู่เหมือนกัน  สโมฯก็หมดวาระแล้วเหลือแต่สัมนาฯ ส่งมอบงานให้น้องๆ  ก็ดูน้องๆเค้าตื่นตัวดีเหมือนกันค่อยหมดห่วงนึกว่าจะไม่มีคนสานงานต่อซะแล้ว  นึกไปนึกมาก็ใจหายปี 4 แล้วหรือเนี๊ยตู  ยังไม่รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเลย แล้วที่เรียนมาจะใช้ได้มั๊ยเนี๊ย? เริ่มกังวลนิดหน่อยว่าจะเอาไงกับชีวิต ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยตั้งใจเต็มที่ซักที เมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึงน๊า...  ก็กะว่าจะหาวันดีดีเริ่มซักที

     

    ภาพนี้ไม่เกี่ยวแต่ชอบชอบ น่ารักดี

                อืม..เกือบลืมแสดงความเสียใจกับอาเซนอลซะแล้ว  จากที่หวังว่าจะสร้างเทพนิยายเหมือนกับที่ลิเวอร์พูลทำไว้ในปี่ที่แล้วด้วยการคว้าแชมป์ Uefa Champion League แต่ก็ต้องมาฝันสลายเมื่อเจอทีมเหนือเทพอย่างบาเซโลน่า ก็แอบเชียร์ให้ทำได้อยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนไม่มีดวงเท่าไหร่  โดนไล่ออกตั้งแต่ครึ่งแรก แต่มาได้ประตูนำก่อน เห็นอย่างนี้แล้วเหนื่อยใจแทนเพราะคนน้อยกว่าก็ต้องใช้พลังงานมากกว่าในการไล่บอล  แล้วก็เป็นเช่นนั้นโดนบี้โดนอัดเริ่มอ่อนแรงเลยโดนยิงกลับสองประตูรวดภายในห้านาที  แพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ก็ขอแสดงความเสียใจต่อนักเตะและกองเชียร์อาเซนอลไว้ ณ ที่นี้ด้วย

     

                แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่ายินดีเมื่อเทียย์รี่ อองรี กองหน้าคนสำคัญของอาเซนอล จรดปากกาต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 4 ปี  ก็อยู่กันจนแก่ตายกันไปข้างหนึ่ง  ตอนนี้ลิเวอร์พูลก็เงียบๆ มีข่าวกับนักเตะคนโน้นคนนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ซักคน  ก็รออยู่นะป๋ารา  หวังว่าปีหน้าจะบี้ลุ้นกับเชลซีอย่างสนุกเมื่อขนาดทีมใหญ่ขึ้น นักเตะเริมเข้าใจแทคติกมากขึ้น ส่วนไอ้แมนยูมันก็กำลังจะโละกองหน้าที่ทำประตูให้กะมันมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ก็ไม่รู้ไอป๋าแพนด้ามันปกครองเด็กมันยังไง พอทะเลากันก็โยนให้แพะหน้าม้ารับไปว่าบ่อนทำลายสปิริตของทีม  แต่ก็ดีไม่มีไอหน้าม้าซักคนมันคงอ่อนลงเยอะ

                ได้ข่าวเชลซีมันเป็นข่าวกับ เชพเชนโก แล้วดูเหมือนเชพฯจะเล่นด้วยซะด้วย เหนื่อยใจกะมันไอ้ทีมนี้  ก็ได้แต่รอให้ไอ้โรมัน มันเบื่อเล่นผลาญเงินซะก่อน จะรอดูวันที่ทีมมันล่มจม....555

     

                                              วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน  สำหรับใครที่เข้ามาอ่านแล้วก็ช่วยเม้นไว้หน่อยนะ จะได้ตามไปหาถูก

     

                                              ปล. คิดถึง...นะ

     

              

    ความรักไม่ได้วัดกันที่เวลา!!!

     

    "รักไม่ได้วัดกันที่เวลา" คุณว่าจริงไหม?

     
     
    "มาตรวัดความรักไม่ได้วัดกันตรงที่...ใครรักก่อน หรือ รักทีหลัง"

     

    คนที่รักมานาน . . . อาจไม่ได้รักมากกว่า
    และ . . . คนที่รักทีหลัง อาจไม่ได้รักน้อยกว่า
    เพราะความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว

    คนที่มาก่อน" รั ก ก่ อ น "
    วันคืนที่ผ่านมามากมายอาจไม่มีค่าไม่มีความหมายเลย
    ถ้าหากเพียงแค่ต้องรักไปวัน ๆ . . .
    หรือรักไปเหมือนกับทุก ๆ วันที่เคยรัก
    รักอย่างเป็นหน้าที่ . . . หรือรักเพราะเคยรัก . . .

     
       ในขณะเดียวกัน . . .
    กับวันคืนเพียงไม่กี่วันของคนที่มาทีหลัง . . .
    ก็อาจมีค่ามากเหลือเกิน
    ความรัก จึงไม่ได้สำคัญที่ว่ารักกันมานานแล้ว
    หากแต่ความรักสำคัญตรงที่ เราใช้ทุกวันให้มีค่า
    ให้เต็มไปด้วยความหมายแห่งรัก
    รักแล้ว . . . ทำสิ่งดีๆ ให้กันด้วยความเต็มใจ และกระตือรือร้น
    นั่นแหละจึงจะเรียกว่าความสำคัญของ " รั ก "
     
       
    ใครรักมาก หรือ รักน้อยจึงไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา
    และไม่อาจเชื่อมั่นในคนที่มาก่อน . . .
    หรือ ไม่อาจดูถูกคนที่มาทีหลังว่าเขาไม่มีความสำคัญ
    ความจริงแล้วคนที่มาที่หลังอาจสำคัญมากกว่าคนมาก่อนก็ได้
     
      

    May 21

    BG

    อ่านซะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม

     

    หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้

    ในยามที่ยังมีมันอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า...

    เพราะรักเขามาก เขาคงเห็นความดี ความตั้งใจของเรา

    และรักเราตอบบ้างไม่มากก็น้อย

     

    และเมื่อเขารักเรา  มักทำให้เรารู้สึกยึดมั่นว่า

    "เขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา  เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ  นานเท่าที่เราปรารถนา"

     

    ความรู้สึกอันนี้แหละ  คือ  จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดทั้งมวล

     

    เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ

    ไม่ได้บอกว่า...ความรักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป

    เพียงแต่...เขาจะอยู่  เขาจะไป 

    จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม  หรือลดน้อยถอยลง

    ก็เป็นเพราะคนสองคน

    ไม่ใช่ความต้องการของเราหรือของเขาฝ่ายเดียว

     

    ชีวิตเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเข้าใจยาก...

    แต่ในความซับซ้อนมันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง

    เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัด

    ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฎเดียวกัน

    มันจะเกิดขึ้น..ตั้งอยู่..แปรสภาพ..แล้วก็จบลง

     

    รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า..ก็หนีไม่พ้นกฎข้อนี้

    เพราะวันหนึ่ง  ไม่เราก็เขาต้องตายจากกัน

     

    สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าวันนี้..เขาอยู่หรือจากไป

     

    สำคัญอยู่ที่ว่า..

    ช่วงที่เราใช้เวลาร่วมกัน..

    ขอให้มีความทรงจำที่ดี นั่นก็น่าจะเพียงพอแล้ว(รึเปล่า)

    อย่างน้อยเราก็ยังมีอะไรดีดี ให้นึกถึง

    และยิ้มกับความทรงจำนั้นได้

     

    ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ก็ไม่เป็นไร

    เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้

    มีวันที่เลวร้าย..มีวันที่สวยงาม..มีวันที่ว่างเปล่า

    สุขอยู่กับเราไม่นาน  ทุกข์ก็เช่นกัน...

     

    หากมีวันที่เธอจะต้องร้องไห้  ก็อย่าร้องไห้เปล่าๆ

    มองให้เข้าใจสัจธรรมชีวิตไปด้วย

    May 17

    BG

    ที่มา Forward Mail

     
    เราควรจะรักกันแบบไหน?
     

     

    "ความรัก" ของหลายคน อาจไม่อ่อนหวาน

    แต่ทุกคน(ส่วนใหญ่) อาจจะมี "ความรัก" ที่อ่อนไหว

    จะมีใครบ้างที่ไม่เคยอมยิ้มคนเดียวเพราะ "ความรัก"

    และจะไม่มีใครบ้างที่ "ความรัก" ไม่เคยทำให้ร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียว

    หลายคนจึงบอกว่า

    "ความรัก" เป็นเหมือน "ทะเล"

    มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่มีคลื่นลม

    มีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาที่น่ากลัว

    แต่ถึงอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะไปทะเล

    เช่นกันไม่ว่าจะอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะมีความรัก

    แม้ว่ารักนั้นจะเป็นรักข้างเดียว

    แม้รักนั้นจะทำให้ทุกข์ทรมานสักเพียงใด

    แม้รักจะทำให้หลับไปทั้งน้ำตาของความเสียใจ

    แล้วจะรักแบบไหน? ให้พอดีในความอ่อนไหว

    ไม่จืดชืดเย็นชาจนน่าเบื่อ ขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงในใจ

    คำตอบที่มีให้ คือให้ รั ก กั น แ บ บ ท ะ เ ล

    โดย ห่วงใยกัน ให้มากเท่าเท่ากับเม็ดทราย

    ให้อภัยกัน ให้ได้

     

    เหมือนที่ทะเลไม่เคยโกรธเกลียวคลื่น

    . . . ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหน

    ในบางครั้งที่ต้องห่างไกล หัวใจก็ต้องคงมั่นได้เหมือนโขดหิน

    . . . ไม่เปลี่ยนใจง่าย ไม่อ่อนไหวไปรักคนอื่น

    ให้ความอิสระ เหมือนอย่างนกทะเลต้องการจากท้องฟ้า

    . . . อย่ากักขังคนรักไม่ให้คบเพื่อน ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น

    ความผูกพันไม่ใช่คุก ถึงจะคบกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่า

    . . .ต้องสบตาฉันคนเดียวเท่านั้น

    และไม่ทำตัวเป็นเจ้าของหรือออกกฏหมายบังคับอีกคน

    . . . เพราะทะเลก็ยังไม่เคยครอบครองปลา

    แล้ว "ความรัก" ที่แม้จะดูอ่อนไหวและแปรปรวน

    ก็จะเป็น "ความรัก" ที่มีอยู่นาน เช่นเดียวกับที่ทะเลมีอยู่บนโลกนี้

    May 15

    BG

    May 14

    ที่มา Forward Mail

     
     
      ๏~* เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก *~๏
     
     
    ฉันได้เรียนรู้ว่า : รักแรกก็เหมือนฟันน้ำนมที่วันหนึ่งต้องหลุดไปเพื่อรอฟันแท้เข้ามาแทนที่

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รักกันจะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้ นอกจาก...คนที่รักกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บางครั้งคนที่รักกัน ก็รักกัน จนโกรธกันไม่ลง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : สำหรับคนที่เข้าใจชีวิต...คนที่รักกันก็ทะเลาะกันได้ “แต่สุดท้ายก็ดีกัน”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : การที่คนที่รักกันทะเลาะกัน ไม่ได้แปลว่าพวกเค้าไม่มีความสุข

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รักกัน ยังไงก็รักกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คำว่า “แฟน” กับคำว่า “รักแท้” คนละคำกัน แต่บางครั้งก็เป็นคำเดียวกัน ถ้าคุณเจอรักแท้กับแฟนของคุณ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนรักกันไม่จำเป็นต้องคุยกันตลอดเวลา

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : “ใครๆก็ผิดพลาดได้ในอดีต รวมทั้งคนรักของเรา”


    ฉันได้เรียนรู้ว่า : อย่าเสียดายเวลากับรักไม่แท้ ถือเสียว่าเวลาเหล่านั้น เป็นประสบการณ์ชีวิตให้เราค้นพบตัวเองมากขึ้น

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักยืนยงต่อไปได้ไม่จบสิ้น ถ้ามีคำว่า “เห็นอกเห็นใจ” กัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่พูดว่า “ไม่มีใครรักคุณมากกว่าผม” สักวันเค้าอาจทิ้งคุณไป

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : วิธีตัดสินว่าผู้ชายคนไหนดีที่สุดเห็นจะต้องพึ่งสิ่งเดียว “เวลา”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ไม่จริงที่ผู้ชายน้อยใจไม่เป็น และผู้หญิงขี้น้อยใจกว่าผู้ชายเสมอ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่มีใจให้กัน ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : อย่าใช้เหตุผลกับคนรัก แต่ใช้ความเห็นใจกับคนรัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บางครั้งอารมณ์ที่หงุดหงิดก็หายไปหมดแค่ได้คุยกับคนที่เรารัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักทำให้โลกสดใส จริงจริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายต่อสู้เพื่อให้ได้คนที่ตัวเองรักและต้องการ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถึงคนคนนึงจะดีเท่าไหร่ ตรงสเป็กตามที่เราต้องการเท่าไหร่แต่ยังไงก็ไม่ใช่คนที่เรารัก...ก็เป็นได้แค่คนที่เราได้เจอ แต่ยังไงก็ไม่ใช่คนที่เรารัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ฉันได้รู้ว่าอย่าลองใจคนรักด้วยการพูดถึงแฟนเก่า ใช่...คุณได้รู้ว่า เค้ารักเรา แต่...เค้าเจ็บ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนรักถึงเกิดมาเพื่อรักเราแต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็น “คนรักสำเร็จรูป” เพราะฉะนั้นบางครั้งไม่อาจได้ดั่งใจเรา ต้องอาศัยการพูดและการปรับตัวเพื่อแก้ไขกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : เราควรจะมีวิธีบอกคนที่เรารักว่า บางครั้งบางเรื่องยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ้าเรายังเด็กจะคิดว่าฟันน้ำนม นั้นคือฟันตลอดไปของเรา แต่เมื่อโตขึ้นจะรู้ว่าไม่ใช่ แต่ ณ เวลานั้นเรามักคิดว่า...ใช่

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้หญิงหลายคนเจอประสบการณ์ตรงกัน ผู้ชายที่จีบเราอยู่ดีดีก็หายไปเฉยๆเลย...งง...เค้าเป็นกันหลายคนนะ

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายหลายคนเมื่อ “ต้องการ” จะพูดว่า “รัก”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ไม่มีใครอกหักแล้วไม่เจ็บ เหมือนถอนฟัน แต่วันหนึ่งก็หาย แต่หายแล้วจะเป็นยังไงต่อ ค่อยว่ากัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : มนุษย์เราต้องการความอบอุ่นและครอบครัว หลายคนเมื่อขาดตรงนี้พยายามหาสิ่งอื่นมาชดเชย แต่จะพบว่ามันชดเชยกันไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ่านไฟเก่าจะเกิดได้กับคนที่เลิกกันเพราะไม่เข้าใจกันแต่ยังรักกัน แต่สำหรับคนที่เค้าเลิกกัน เพราะไม่รักกัน...”ถ่านไฟดับ”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ...ดีแล้วที่เราได้เลิกกับคนที่เราไม่แน่ใจมาตลอด เมื่อแผลหาย เราจะรู้ว่า เราทำถูกที่สุด... รึป่าว

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิตได้จริงจริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรัก...มันมีอยู่จริง

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักเหมือนความสวย ซึ่งพระเจ้าไม่ได้ประทานมาให้คนทุกคน

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : สุดท้าย...รักก็คือรัก...ไม่รักก็คือไม่รัก

    ฉันได้เรียนรู้ว่า :ถ้ายังไม่รู้ว่าคุณต้องการใคร มิวิธีพิสูจน์ “เวลา”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่ไม่พูดว่า “หึง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่หึง”

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ผู้ชายบางคนไปจีบผู้หญิงอื่น เพียงเพื่อประชดแฟนตัวเอง ไม่ใช่เพราะชอบจริงๆ ผู้หญิงหลายก็เป็นแบบนี้

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : ถ้ารักกันต้องคุยกันการคุยกันอย่างเปิดเผย ทำให้ไม่ระแวงกัน นั้นแหละดีที่สุด

    ฉันได้เรียนรู้ว่า : บทสรุปของความรักไม่ใช่การแต่งงาน นั้นเป็นตอนจบของละครเรื่องนึง แต่บทสรุปของความรักคือ

    “การที่เราสองคนได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เติมเต็มกันและกัน ชั่วชีวิตของเรา”...
     
     

     

     

    Liverpool Champion of FA Cup 125th

          ทำเอาใจหายเหมือนกันกว่าจะชนะมาได้ อ้อ ต้องบอกก่อนว่าเจ้าของสเปซเชียร์ทีม Liverpool มาตั้งแต่รุ่นพ่อ(ก็เลยทำให้สเปซเป็นเงี๊ย)  เมื่อคืนก็เป็นรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก(จริงๆนะ) มีอายุประมาณ120กว่าปีแน๊ะ  Liverpool เข้าชิงฯกับทีม Westham (ไม่ใช่ขาหมูตะวันออกนะ) เป็นทีมจากเมืองลอนดอนอ่ะ  กว่าจะมาถึงรอบนี้ก็ล้มทั้งแมนยูฯ(โครตเกลียดเรย) และเชลซี(ไอทีมนี้เกลียดผู้จัดทีมมันอ่ะ ปากดีอิ๊บอ๋าย)  ยังไม่นับรวมทีมอื่นๆด้วย.. 

          เริ่มแข่งยังไม่ทันถึงครึ่งชั่วโมงโดนนำไปก่อน 2-0 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจอกันก็ชนะมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ก็เลยเซ็งกันทั้งพ่อทั้งลูก แต่ก็มามีความหวังเมื่อนาที 32 ซิสเซ่ ตีไข่แตกให้ทีมได้ ยังพอมีลุ้นต่อ ก็จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-2

    เริ่มต้นครึ่งหลังอาการของ Liverpool ยังไม่สู้ดี เกือบเสียประตูแต่ก็รอดมาได้ แล้วมาถึงจังหวะได้เฮกันบ้างเมื่อ Liverpool ได้ประตูตีเสมอจากกัปตันทีมคนเก่งขวัญใจข้าพเจ้า Steven Gerrard วิ่งเข้าวอลเลย์จากระยะประมาณกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าประตูอย่างสุดสวยยยยยย ในนาที่ที่ 54

    กำลังใจกำลังมาเลยล่ะ สำหรับ TheKop เกมดำเนินต่อไปเหมือนว่าทุกอย่างกำลังอยู่ในกำมือของ Liverpool  แต่เมื่อบุกอยู่เพลินๆก็โดนดีจนได้เมื่อโดนลูกยิงผีจับยัด (ก็มันตั้งใจจะเปิดชัดๆ ดันย้อยข้ามหัวประตูเราไปซะได้) ดูเหมือนกำลังใจ ความหวัง เริ่มร่อยหรอลงแต่แล้วก็เป็นกัปตันทีมคนเก่งเช่นเคยที่ทำประตูตีเสมอได้ในช่วงทดเวลา ด้วยลูกยิงระยะกว่า 40 หลาบอลพุ่งเสียบโคนเสาอย่างสวยงาม (กว่าลูกแรกซะอีก)  จบ 90 นาทีเสมอกัน 3-3 ต้องต่อเวลาอี 30 นาที จบ120 นาทีก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ (หมดแรงกันทั้งคู่) ก็ต้องดวลจุดโทษตัดสิน 

          ถึงเวลานี้ในใจมั่นใจว่ายังไงได้แชมป์แน่..  แล้วก็เป็นจริง  Liverpool ยิงเข้าไป 3 คน ขณะที่ Westham เข้าแค่คนเดียว ทำให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ FA Cup เป็นสมัยที่ 7 นอกจากความดีใจที่ทีมได้แชมป์แล้ว  สิ่งหนึ่งที่เห็นตั้งแต่เริ่มดูฟุตบอลที่ไม่มีทีมไหนเทียบได้ก็คือบรรยากาศการเชียร์ของแฟนบอล Liverpool  ที่ถึงแม้ทีมจะตกเป็นรองแค่ไหนก็ไม่ลืมที่จะให้กำลังใจนักฟุตบอลทีมที่ตัวเองรัก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลง You'll never walk alone ก็ทำให้ขนลุกได้ทุกครั้ง  หวังว่าชีวิตนี้คงได้ไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นจริงๆสักครั้ง

    
    
    May 12

    สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

     
    สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในคุณค่า...

    กรวดเม็ดเล็ก ๆ รวมกันเป็นภูเขาสูงใหญ่
    ก้าวเดินก้าวเล็ก ๆ เป็นระยะทางได้หลายกิโล
    การกระทำเล็ก ๆ ด้วยความรักความกรุณา สร้างโลกให้สดใส สดสวยด้วยรอยยิ้ม
    คำพูดเล็ก ๆ สามารถบรรเทาปัญหาที่แสนจะยากเย็น
    อ้อมกอดเล็ก ๆ เช็ดน้ำตาให้เหือดแห้ง
    เทียนไขเล็ก ๆ ส่องแสงนำทางในความมืดมิด
    ความจดจำสิ่งเล็ก ๆ คงอยู่นานหลายปี
    ความฝันใฝ่เล็กๆ นำไปสู่ความยิ่งใหญ่
    ชัยชนะเล็กๆ นำไปสู่ความสำเร็จที่ปรารถนา
    สิ่งเล็กๆ ต่าง ๆ ในชีวิต นำมาซึ่งความสุขอันยิ่งใหญ่ ถ้าเราได้คิดสักนิดถึงสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้แล้วหละก็ ความอบอุ่นเมื่อคิดถึงเธอก็ผุดขึ้นในใจ มันเป็นความสุขใจอันสุดแสนจะบรรยาย...
    เสมอและตลอดไป...